"ป่าฮาลาบาลา" อเมซอนแห่งเอเซีย

"ป่าฮาลาบาลา" อเมซอนแห่งเอเซีย

"ฮาลาบาลา" เป็นชื่อป่าที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดยะลาและนราธิวาส คำว่า "ฮาลา" หมายถึง "อพยพ" หมายถึง ผู้คนที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาจากตัวเมืองปัตตานีในอดีต จนมาอาศัยอยู่เป็นชุมชนรอบ ๆ ชายป่า และคำว่า "บาลา" มาจากคำว่า "บาละห์" ที่แปลว่า "หลุด" หรือ "ปล่อย" มีที่มาจากช้างเชือกหนึ่งที่หนีเข้าป่า

"ป่าฮาลาบาลา" มีพื้นที่ทั้งหมด 391,689 ไร่ เป็นป่าดิบชื้นหรือป่าฝนเมืองร้อนที่อุดมสมบูรณ์มาก และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีความชื้นสูงตลอดทั้งปี มีลำน้ำไหลผ่าน เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของนกเงือกจำนวน 10 ชนิด จากทั้งสิ้น 13 ชนิดที่พบได้ในประเทศไทย ถือได้ว่าเป็นผืนป่าดิบชื้นที่กว้างขวางและใหญ่ที่สุดของคาบสมุทรมลายู จนได้ฉายาว่าเป็น "อเมซอนแห่งเอเชีย" ปัจจุบันเป็นแห่งท่องเที่ยวสำคัญของภาคใต้ที่มีชื่อเสียงไปทั้งในและต่างประเทศ

"ป่าฮาลาบาลา" เป็นพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าของประเทศไทย ที่ประกอบไปด้วยผืนป่าสองผืน คือ ป่าฮาลา ในพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และอำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส และ ป่าบาลา ในพื้นที่อำเภอแว้ง และอำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้ และสัตว์ป่าหายากอยู่หลายชนิด โดยสัตว์ที่พบเห็นมากได้แก่ ช้าง กระทิง หมูป่า เลียงผา เป็นต้น อีกทั้งยังมีสัตว์ป่าหายากอย่าง สมเสร็จ กระซู่ ชะนีเซียมัง หรือ ชะนีดำใหญ่ ซึ่งเป็นชะนีชนิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่สำคัญป่าแห่งนี้ยังเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของ “นกเงือก”ที่พบมากถึง 10 ชนิด จากจำนวนทั้งสิ้น 13 ชนิดที่พบได้ในประเทศไทย 

โดยปกติ นกเงือกเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่สามารถชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ซึ่งในรายการ ทีมงานได้ออกเดินเท้าออกจาก ฐานฮาลา ที่พักของตำรวจตระเวนชายแดนเป็นระยะทางกว่า 6 กิโลเมตร จึงจะได้พบกับจุดสำรวจนกเงือก ที่พร้อมใจกันบินมารวมฝูงใจกลางผืนป่าแห่งนี้ ที่สำคัญระหว่างเส้นทางไปยังจุดสำรวจนกเงือก ทีมงานยังได้รู้จักกับ“ปลากอเลาะ” ที่สามารถพบได้แค่แหล่งน้ำของผืนป่า ฮาลาบาลา เท่านั้น จึงทำให้มีราคาสูงถึง 1,800 – 2,000 บาท ซึ่งนับว่าเป็นอีกผลผลิตหนึ่งจากผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้

ขอบคุณภาพจาก Pakpoom