ข้อมูลเกี่ยวกับป่าฮาลาบาลา

ป่าฮาลาบาลา เป็นพื้นที่อนุรักษ์แห่งใหม่ของไทยที่ได้รับการประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2539 เป็นชื่อป่าตามพระราชกฤษฎีกาเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลาบาลา พ.ศ. 2539/2550 อันเป็นแนวชายแดนไทย – มาเลเซีย มีพื้นที่ประมาณ 270,725 ไร่ ด้วยผืนป่า 2 ส่วน คือ ป่าฮาลาในเขต อำเภอเบตง จ.ยะลา อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส และป่าบาลา ในเขตอำเภอแว้ง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ครอบคลุมพื้นที่ทิวเขาสันกาลาคีรี แม้ ‘ป่าฮาลาและป่าบาลา’ เป็นป่าดงดิบที่ไม่ต่อเนื่องกัน แต่ก็ได้รับการประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าผืนเดียวกัน 

ป่าฮาลาบาลา เป็นผืนป่าดงดิบที่กล่าวได้ว่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย เป็นแหล่งอาศัยของ สัตว์ป่าหายาก เช่น กระซู่ เซียมัง หรือชะนีดำใหญ่ ซึ่งเป็นสัตว์ชนิดใหม่ที่พบในเมืองไทย นกหายาก อย่างนกเงือกหัวแรด และนกชนหิน เป็นที่รวมการกระจายของพรรณไม้ป่าหายากนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นปาล์มบังสูรย์ สุดยอดพรรณไม้ แห่งป่าฮาลาบาลา ดงมหาสดำ เฟิร์นพันธุ์โบราณที่มีต้นขนาดใหญ่ ตลอดจนสัตว์ป่าอีกมากมาย ที่ยังไม่ได้ถูกค้นพบ แต่ก็มีข้อมูลระบุว่า เป็นบริเวณหน้าดินลึก มีพรรณไม้ขึ้นหนาแน่นมักมีเรือนยอดชิดกันและมักเป็นพืชในวงศ์ยาง เช่น กระบาก สยาแดง สยาขาว สยาเหลือง ไข่เขียว ตะเคียน ชันตาแมว เป็นต้น ไม้ขนาดใหญ่ในวงศ์อื่นได้แก่ หยี ทองบึ้ง หลุมพอ กระบก กุหลิมหรือกระเทียมต้น ยวนและกฤษณา นอกจากนี้ยังมีพืชในวงศ์หมากและหวาย ขึ้นกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป เช่น หลาวชะโอน หมากพน จากเขา บังสูรญ์ กะพ้อสี่สิบหรือตาลเดียว หมากข้าวตอก และหวายชนิดต่างๆ ไม้พื้นล่างหรือพืชคลุมดินส่วนใหญ่เป็นพวกพืชตระกูลขิงข่า สกุลที่สำคัญได้แก่ ข่าป่า กระวาน กระชายป่า ปุดและกาหลา ซึ่งมีหลายชนิดทั้งชนิดดอกสีขาว สีแดงและสีชมพู พืชพวกเฟิร์นสกุลต่างๆ จำนวนมาก เช่น เฟิร์นต้น ว่านกีบแรดและสามร้อยยอดหรือโชน เป็นต้น บริเวณเขาหินปูน เช่น ผากล้วยไม้ ผานาคราช และเขาหัวนาค สภาพป่าเป็นป่าค่อนข้างโปร่งพื้นดินมีหินโผล่ขึ้นทั่วไป และไม้พุ่มลำต้นแคระแกรน ส่วนใหญ่สูงไม่เกิน 10 เมตร พรรณไม้เด่นได้แก่ สนสามพันปี แดงประดับผา นกนอน และสนทราย พืชอื่นๆ เช่น หม้อข้าวหม้อแกงลิง ว่านนาคราช และกล้วยไม้ชนิดต่างๆ ขึ้นอยู่ทั่วไป 

สภาพภูมิประเทศ เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ความสูงจากระดับน้ำทะเล สูงสุด 1,466 เมตร ต่ำสุด 100 เมตร ป่าฮาลาและป่าบาลา เป็นป่าดงดิบชื้น หรือป่าฝนเขตร้อน มีความชื้นสูงตลอดปี ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้สุดของประเทศไทย มีแนวป่าต่อเนื่องกับป่าเบลุ่ม ทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย เมื่อรวมพื้นที่เข้าด้วยกันจัดได้ว่าเป็นป่าฝนเขตร้อนที่พื้นที่ใหญ่ที่สุดบนคาบสมุทรมาลายาพื้นที่มีฝนตกชุกปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยมากกว่า 2,000 มิลลิเมตรต่อปี

ฮาลา-บาลา นกเงือก และอัตลักษณ์แห่ง 3 จังหวัดภาคใต้

ความอุดมสมบูรณ์ของ ป่าฮาลา–บาลา ซึ่งเป็นระบบนิเวศน์ทางธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่สามารถตั้งสมญานามได้ว่าเป็น “Amazon of Asian” สามารถชี้วัดด้วยการดำรงอยู่ของนกเงือก ซึ่งถือเป็นอัญมณีแห่งป่าฮาลา – บาลา ในทำนองเดียวกัน “สันติสุข” ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ที่เกิดขึ้นจากความสมดุลของระบบนิเวศน์ของผู้คนในพื้นที่ที่ถูกหลอมรวมเชื่อมโยงโดยมิติทางวัฒนธรรม หาก “สันติสุข” ในพื้นที่ขาดตกบกพร่องไป ก็สะท้อนให้เห็นว่าเกิดความผิดปกติในระบบนิเวศน์ของผู้คนในพื้นที่…การสร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศน์นี้ เพื่อนำสันติสุขกลับมา จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องฟื้นคืนกลับมาโดยเร็ว

 

 



ที่มาของข้อมูล
www.dnp.go.th www.southernreports.org

ฮาลา-บาลา นกเงือก และอัตลักษณ์แห่ง 3 จังหวัดภาคใต้ ความอุดมสมบูรณ์ของ ป่าฮาลา–บาลา ซึ่งเป็นระบบนิเวศน์ทางธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่สามารถตั้งสมญานามได้ว่าเป็น “Amazon of Asian” สามารถชี้วัดด้วยการดำรงอยู่ของนกเงือก ซึ่งถือเป็นอัญมณีแห่งป่าฮาลา – บาลา ในทำนองเดียวกัน “สันติสุข” ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ที่เกิดขึ้นจากความสมดุลของระบบนิเวศน์ของผู้คนในพื้นที่ที่ถูกหลอมรวมเชื่อมโยงโดยมิติทางวัฒนธรรม หาก “สันติสุข” ในพื้นที่ขาดตกบกพร่องไป ก็สะท้อนให้เห็นว่าเกิดความผิดปกติในระบบนิเวศน์ของผู้คนในพื้นที่…การสร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศน์นี้ เพื่อนำสันติสุขกลับมา จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องฟื้นคืนกลับมาโดยเร็ว

ป่าฮาลาบาลา เป็นผื่นป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “อเมซอนแห่งอาเซียน” เลยทีเดียว